วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ทักกันวันพฤหัส 22 กพ.61



ภายนี้ถ่ายนานแล้ว ที่บ้านคุณเหน่ง ลูกชายที่จตุโชติ สายไหม

--------------------------------------


กาพย์ยานี 11

๏..ทักกันวันพฤหัส....................มีพรจัดส่งไปถึง

ผองเพื่อนที่คำนึง....................แลญาติมิตรชนทั่วไป

๏..ขอให้เกษมสันต์..................อภินันท์พิสุทธิ์ใส

แคล้วคลาดปราศทุกข์ภัย............ประสบสุขทุกผู้คน

๏..ร่ำรวยลาภเงินทอง................ผองชนรักทุกสถล

มากยิ่งสิ่งมงคล.......................ศิริสวัสดิ์วิวัฒน์บวร

๏..การงานธุรกิจ......................ล้วนสัมฤทธิ์สโมสร

จำเริญเทพอวยพร.....................พรหมประสิทธิ์วิวิธชัย

๏..จักเล่าวิปัสสนา....................เปิดตำราคำขานไข

พุทธประวัติไซร้........................สิทธัตถะบรรพชา

๏..เพราะหวังโมกขธรรม..............จำออกบวชสืบเสาะหา

ไปพบท่านหลวงตา....................พระดาบสฝึกอบรม

๏..อาราฬดาบส.........................เรียนได้หมดตามเหมาะสม

จตุฌานนิยม............................จบหลักสูตรท่านหลวงตา

๏..ไปต่อสำนักใหม่.....................หวังจักได้ลองศึกษา

อุททกะดาบสมา.......................ขอร่ำเรียนอีกสี่ฌาน

๏..รวมแปดสมาบัติ.....................มิรวบรัดจนแตกฉาน

สมถกรรมญาน...........................จบเท่านี้ยังมิพอ

๏..ทรงฌานใจสงบ......................มิพบทุกข์จริงสิหนอ

ออกฌานมันยังรอ.......................ทุกข์ติดต่ออีกร่ำไป

๏..อำลาหาสำนัก........................อยากรู้จักมีอีกไหม

โมกขธรรมเป็นฉันใด....................เสาะสืบสิ้นทั่วดินแดน

๏..ได้พบเหล่าฤาษี.....................พวกชีไพรปิติแสน

ความหวังมิคลอนแคลน.................ที่สุดได้เห็นช่องทาง

๏..เป็นแบบทรมาน......................บีบสังขารคอยสะสาง

ให้ทุกข์มิจืดจาง...........................ยิ่งลำบากเทพชื่นชม

๏..มหาเทพจะให้พร.....................เมื่อถึงตอนที่เหมาะสม

เป็นแบบที่นิยม............................ปฏิบัติกันทั่วไป

๏..ท่องมาหลายเขคแคว้น...............ลุถึงแดนเขตอันไหน

อุรุเวลเขตนั่นไง...........................สังกัดเสนานิคม

๏..ฝั่งเนรัญชลา...........................ชลธาก็เหมาะสม

โพธิ์ไทรก็รื่นร่ม............................จึงยับยั้งบำเพ็ญเพียร

๏..ขบฟันกดแนบแน่น..................นานเหลือแสนจนคลื่นเหียน

หน้ามืดมึนวิงเวียน..........................แล้วลองเปลี่ยนลิ้นกดดู

๏..เพดานปากลิ้นกด......................มิกำหนดลมออกหู

นับนานเหงื่อพรั่งพรู.......................ยังมิรู้เรื่องอันใด

๏..ลองเปลี่ยนลดอาหาร..................วันคืนผ่านเหนื่อยไฉน

ซูมผอมแทบดับไป.........................ทรมานหนักยิ่งเกิน

๏..โมกขธรรมยังมิเห็น.....................มิใช่เป็นทางขัดเขิน

เลิกกลับมาจำเริญ..........................หนทางใหม่นึกทบทวน

๏..ทานข้าวมีกำลัง.........................ตั้งสติลองนึกหวน

องค์ฌานเพียงชักชวน......................ใจตั้งมั่นอุปจาร

๏..ตามดูตามรู้เห็น...........................รูปนามเป็นสองผสาน

เกิดขึ้นอยู่มินาน..............................ก็ดับไปเกิดใหม่มา

๏..อยากให้มันยั่งยืน........................ลำบากฝืนยิ่งนักหนา

บังคับมินำพา.................................ที่แท้เป็นอนิจจัง

๏..แถมทุกข์อนันตตา.......................เป็นมรรคามิจีรัง

ตัณหามีพลัง......... .......................ก่อภพชาติทุกข์นั่นแล

๏..นิโรธสามตัณหา..........................ด้วยมรรคาตรงกระแส

ครบสี่อริยะแท้...............................องค์สัมมาสัมพุทโธ

๏..เพราะรู้อริยสัจ...........................พลวัฒน์เตวิชโช

ปัญญาอนุตตโร..............................เส้นทางนี้วิปัสสนา

๏..สอนให้ตั้งสติ............................วิริยะแสวงหา

รูปนามตามมรรคา...........................สี่ปัฏฐานหนึ่งที่กาย

๏..สองฐานเวทนา...........................จิตตามมาสามที่หมาย

สติมั่นมิคลาย................................ฐานที่สี่ธรรมมารมณ์

๏..สติปัฏฐานสี่..............................ช่องทางนี้จึงเหมาะสม

วิปัสสนานิยม.................................พัฒนาสติชาญ

๏..จำนงเห็นไตรลักษณ์....................เดินตามมรรคมุ่งยังฐาน

อริยสัจจการ..................................บรรลุได้ในปลายทาง

๏..สาธุจบการเล่า............................ด้วยยังเขลายากจักสาง

ตำราหยิบมากาง...........................เขียนบอกเล่าเท่านั้นแล ฯ

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ทักกันวันพุธ 21 กพ.61






                                                      ขุนทอง ศรีประจง
                                                         



ทักกันวันพุธ 21 กพ.61

๏..ทักกันเมื่อวันพุธ..............วิสุทธิ์ใจไมตรีสรรพ์

ส่งพรให้ถึงกัน.....................คณามิตรญาติกา

๏..ขอจงเกษมศรี.................สุขเปรมปรีดิ์สบหรรษา
ยืนมั่นขวัญชีวา....................ห่างทุกโศกผองโรคภัย

๏..กอปรการธุรกิจ.................ล้วนสัมฤทธิ์วิเศษสมัย

เรืองรุ่งจำเริญไว...................อุดมสรรพทรัพย์ศฤงคาร

๏..ครอบครัวสุขเปรมปรีดิ์.........เกษมศรีเกษมศานติ์

ทุกคนล้วนเบิกบาน................สุขสวัสดิ์พิพัฒนา

๏..ขอพูดกรรมฐาน.................ฟังอาจารย์ให้ศึกษา

สมถหลักวิชา........................อบรมใจให้มั่นคง

๏..หลับตามสังเกตรู้...............ดูซิใจพิศวง

มันวิ่งมิดำรง.........................อยู่กับที่ยากจริงเจียว

๏..ชอบตามสิ่งรอบล้อม............ยอมวิ่งตามชวนหวาดเสียว

รูปเสียงกลิ่นรสเชียว................ห้าผัสสะธรรมารมณ์

๏..ตัวเราหกช่องทาง...............ต่างสัมผัสเป็นคู่สม

ตารูปหูเสียงดม......................กลิ่นจมูกลิ้นรสแล

๏..สัมผัสทางกายา..................ธัมมารมณ์ตามกระแส

พุ่งถึงตรงใจแท้......................คู่สัมผัสหกประการ

๏..ใจเราชอบตามนะ................ยามผัสสะมาพบพาน

เดี๋ยวละเดี๋ยวผสาน..................นิ่งยากเย็นหนอคุณใจ

๏..มินิ่งขาดพลัง.....................มิระวังอย่าสงสัย

สมควรฝึกเอาไว้.....................สมาธิจักเป็นคุณ

๏..ฝึกจับใจจดจ่อ....................หาเหยื่อล่อเป็นเครื่องหนุน

อารมณ์สมถะบุญ....................สี่สิบอย่างเชิญเลือกกัน

๏..ตัวอย่างกสิณสิบ.................หยิบมาใช้ว่าสร้างสรรค์

อสุภสิบหลากพรรณ.................อนุสสติสิบพอดี

๏..จตุรพรหมวิหาร...................อีกรูปฌานตรองวิถี

อรูปนับอย่างมี........................สี่ประการเป็นอารมณ์

๏..อาหารปฏิกูล......................ธาตุเพิ่มพูนสี่สิบสม

ขยันฝึกน่าชม........................สมาธิจักเกิดมี

๏..คุณใจจับอารมณ์.................เลิกนิยมคอยหลบหนี

แน่วแน่เป็นหนึ่งมี....................สมาธิสามประการ

๏..แรกแรกขณิกะ....................ฝึกต่อนะใจหยุดฐาน

จักเกิดอุปจาร.........................ระดับสองชวนชื่นชม

๏..มิท้อขยันยิ่ง.......................ฝึกเอาจริงทางเหมาะสม

อัปปนาน่านิยม.......................ใจแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียว

๏..ปลายทางคือองค์ฌาน...........จักผ่านถึงฉลาดเฉลียว

รูปสี่ระดับเชียว........................อรูปสี่รวมแปดฌาน

๏..ครบแปดสมาบัติ..................ท่านสอนชัดกรรมฐาน

สมถะฝึกยาวนาน......................จบที่แปดนี้นั่นแล

๏..เมื่อคราวสิทธัตถะ.................ละสมบัติมิแยแส

ออกบวชใจแน่วแน่....................แสวงหาโมกขธรรม

๏.. อาราฬดาบส......................มีบอกบทที่แนะนำ

รูปฌานสี่จดจำ.........................บรรลุได้มิช้านาน

๏..อุททกะดาบส......................ร่ำเรียนหมดจนเชี่ยวชาญ

อรูปสี่ครบฌาน.........................สมาบัติแปดพอดี

๏..หลักสูตรสมถะ.....................วิริยะพากเพียรมี

สมาบัติเป็นตัวชี้........................ผลของวัตรปฏิบัติการ

๏..ส่วนทางวิปัสนา....................มีเวลาค่อยไขขาน

สมถะหนักเอาการ.....................บอกเล่ายากไม่เบาแลฯ

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ทักกันวันอาทิตย์












สุราคนางค์ 28

…………………………………….๏..ทักทายอาทิตย์

พี่น้องผองมิตร..................ทุกผู้ทุกนาม

ร่ำรวยลาภยศ....................ปรากฏติดตาม

ทุกโมงทุกยาม..................เกษมเปรมปรีดิ์

…………………………………….๏..อายุยืนยาว

ผ่องพรรณพิศพราว.............สบสันต์สุขี

มากมวลหมู่มิตร.................สลักจิตไมตรี

เริงรื่นฤดี.........................บำเทิงเริงใจ

…………………………………….๏..เพียบพลเพียงคช

อินทร์พรหมกำหนด............เสกสมเกรียงไกร

ถึงมีอุปสรรค....................หักหาญลุได้

โดยฤทธิ์สิทธิชัย................อันเป็นมงคล

…………………………………….๏..ขอกล่าวถึงบุญ

อยากได้เป็นทุน................อริยะแก่ตน

หนึ่งทานมัย......................ท่านไขยุบล

มีสองชอบกล....................อามิสทาน

…………………………………….๏..อีกหนึ่งให้ธรรม

พึงก่อประจำ.....................บุญเกิดดวงมาน

ชำระมลทิน.......................บาปกลิ่นมินาน

ตระหนี่ขัดขาน....................เจือจางจากใจ

…………………………………….๏..ตระหนี่โลภา

สิ่งของทานมา...................เพื่อชะจางไป

พึงทานบ่อยบ่อย................จิตค่อยสดใส

เพ็ญบุญทานมัย..................สั่งสมบารมี

…………………………………….๏..ส่วนธรรมทาน

รูปธรรมจัดการ...................เลือกสิ่งเป็นศรี

ให้ทานมากบุญ..................เป็นคุณความดี

เมตตาปรานี.......................เพิ่มพูนกรุณา

…………………………………….๏..บ้างให้อภัย

มากมวลน้ำใจ....................ย่อมได้บุญญา

แนะนำสั่งสอน....................บทตอนวิชชา

คือให้ปัญญา......................เลิศยิ่งเป็นบุญ

…………………………………….๏..สองสีลมัย

กุศลมากได้......................ถือศีลเกิดคุณ

พึงปฏิบัติ.........................เคร่งครัดจักหนุน

แบบพระเณรปุน..................ถือศีลตลอดกาล

…………………………………….๏..ยกเว้นยามหลับ

วางศีลไม่นับ.....................ตื่นมามินาน

รักษ์ศีลสืบต่อ....................เก่งพอชำนาญ

ศีลจักประสาน....................สติมั่นคง

…………………………………….๏..เจออุปสรรค

ศีลอาจแตกหัก.................สติประสงค์

รู้ตัวละเว้น......................เป็นศีลเจตน์จง

สติดำรง.........................ช่วยศีลได้ดี

…………………………………….๏..ทุกเช้าตื่นมา

ตั้งจิตเจตนา.....................รักษ์ศีลวิถี

ปกติใจมั่น........................ผูกพันศีลมี

ทุกหนแห่งชี้.....................ศีลอยู่กับเรา

…………………………………….๏..กายทุจริต

เพียงแค่จักคิด..................กลัวผิดศีลเข้า

ทุรวจี.............................นี่บาปมิเบา

ศีลช่วยบรรเทา..................มิให้ล่วงเกิน

…………………………………….๏..เกิดศีลมัย

บุญเกิดที่ใจ......................อบอุ่นเพลิดเพลิน

ใจดีใจเย็น........................เห็นน่าสรรเสริญ

ศีลควรจำเริญ.....................ทุกที่ทุกกาล

…………………………………….๏..ภาวนามัย

อบรมที่ใจ.......................ฝึกกรรมฐาน

ใจตั้งมั่งคง.......................ดำรงได้นาน

อุบายเชี่ยวชาญ.................สมาธิเกิดมี

…………………………………….๏..ขณิกะเริ่มต้น

อุปจารบัดดล....................ฝึกฝนด้วยดี

อัปปณาเกิดเห็น.................ถือเป็นศักดิ์ศรี

สมาธิเยี่ยมมี.....................อาจเดินถึงฌาน

…………………………………….๏..วิปัสสนา

สมถะฝึกมา.....................สมาธิไขขาน

เปลี่ยนมาทำกิจ................จิตสติวิชาน

รู้ตัวชำนาญ......................ตามติดพฤติกรรม

…………………………………….๏..กายนุปัสสนา

ตามรู้ตามมา.....................ยืนเดินกระทำ

นั่งนอนก็รู้........................ตามดูประจำ

สติเก่งทำ........................ตามทันทุกที

…………………………………….๏..เวทนาเกิด

สติก็เลิศ.........................ตามรู้มิหนี

จิตตานุปัส.......................สติลัดตามดี

ธรรมาเกิดมี.....................สติรู้ทันการณ์

…………………………………….๏..สติทั้งสี่ 

พระครูเคยชี้.....................นี่คือปัฏฐาน

กายและเวทนา..................จิตธรรมผสาน

ครบสี่ประการ....................มั่นคงจำเริญ

…………………………………….๏..บุญกิริยา

สามอย่างเล่ามา................สังเขปขอเชิญ

นักบุญสนใจ.....................พึงได้ดำเนิน

คงดีเหลือเกิน...................เลือกทำตามควร


ปิดทองและฝังลูกนิมิต




 
.....ช่วงนี้เพื่อนบ้านชวนไปทำบุญปิดทองและฝังลูกนิมิต เป้าหมายเก้าวัด บอกจะได้บุญมากมาย ก็คงใช่ วัดเดียวก็ได้บุญมาก เก้าวัดก็เก้าเท่าไง แต่ถามหน่อยว่า พระหาลูกนิมิตมาตั้งเก้าลูก เอามาฝังทำอะไร ถ้าตอบได้ก็อาจไปด้วย ตอบไม่ได้ ไปกล้บมาค่อยมาบอกแล้วกัน.... ผลก็คือไม่ได้ไป ก็เลยเขียนถึงลูกนิมิตและการฝังลูกนิมิตให้อ่านเล่นกันครับ (ใช้กาพย์สุรางคนางค์ 32 นะครับ ไม่ใช่ 28 จัดวรรค
ตอนง่ายดี)
                                                 ขุนทอง ศรีประจง
                                                   17 กพ.2561 
 -------------------------
 


สุราคนางค์ 32

๏..ทักทายวันเสาร์.............โศกเหงาพึงหาย

เคราะห์เข็นอย่ากราย..........ไพรีอย่าราน

ขอจงเกษมศรี..................เปรมปรีดิ์สุขศานติ์

เริงรื่นชื่นบาน....................ทุกผู้ทุกนาม

๏..จตุโรธัมมา...................อายุวัณณัง

สุขะพลัง..........................ครบพรงดงาม

ร่ำรวยลาภยศ.....................ปรากฏติดตาม

จำเริญทุกยาม....................เสริมศรีมงคล

๏..ขอคุยเรื่องบุญ................มากคุณเขาเชิญ

นิมิตจำเริญ........................ปิดทองเวียนวน

ฝังลูกนิมิต.........................ยามคิดสับสน

ก้อนหินชอบกล...................ทำไมต้องมี

๏..เรื่องของวินัย...................บอกไว้ชัดเจน

ประชุมสงฆ์เกณฑ์.................ขอบเขตดูดี

กำหนดชัดอ้าง.....................กว้างยาวให้เห็น

ขอบเขตนั่นเป็น....................สีมาเรียกกัน

๏..พระราชทาน....................การสงฆ์ทูลขอ

ได้แล้วมิรอ.........................ปักเขตเร็วพลัน

จัดหานิมิต...........................วิจิตรงามสรรพ์ 
ชวนปิดทองนั้น.....................ดูแล้วงามดา

๏..ใช้ลูกนิมิต......................เป็นกิจของสงฆ์

ปักกลางให้ตรง....................แปดทิศรอบมา

ทิศละหนึ่งลูก......................ทักผูกเสาะหา

แปดลูกติดตรา......................นิมิตเขตแดน

๏..รวมลูกนิมิต.....................จมติดดินลง

มองดูก็งง..........................เห็นยากเหลือแสน

ต้องมีเครื่องหมาย.................ใบคล้ายแบบแปลน 

เสมาตามแผน......................ฝังโผล่ข้างบน

๏..คณะสงฆ์สวดทัก..............เริ่มปักตรงไหน

สวดถามออกไป...................ตรงนี้บอกผล

หลักเขตสีมา......................ขออย่าสับสน

นิมิตที่ค้น..........................ปักไว้บอกมา

๏..เถระผู้รู้.........................บอกดูทันใด

ขอเรียนสงฆ์ไซร้..................นิมิตเขตหนา

ลูกหินกลมกลม...................ลูกนี้เจ้าข้า

บอกเขตตีตรา.....................ด้านนี้ชัดเจน

๏..ทักวนรอบโบสถ์...............เทียวโจทก์สอบถาม

นิมิตครบตาม.......................เก้าลูกครบเกณฑ์

อาคารประชุม.......................ทุกมุมที่เห็น

สมบูรณ์ใช้เป็น.....................อุโบสถสีมา

๏..เมือทำสังฆกรรม...............กระทำในโบสถ์

 ประชุมกล่าวโทษ.................พระล่วงอาญา

อาบัติหนักยิ่ง.......................ท้วงติงหนักหนา

ร่วมกันพบพา.......................สงฆ์พร้อมเพรียงกัน

๏..อุปสมบท........................กำหนดให้ทำ

เป็นสังฆกรรม.......................ในโบสถ์พร้อมสรรพ์

กฐินถวาย............................ภายในโบสถ์พลัน

สังฆกรรมนั้น........................เรียบร้อยดีงาม

๏..สรุปเรื่องนิมิต....................สงฆ์คิดเขตแดน

ชื่นชมเหลือแสน....................ราชาให้ตาม

ที่ขอขึ้นไป...........................ได้วิสุงคาม

ปักเขตไต่ถาม.......................เก้าลูกจัดมา

๏..นิมิตก้อนกลม....................ชวนชมเท่าบาตร

กลึงแต่งพิลาส.......................ฝังเขตอาณา

เรียกเขตของโบสถ์..................โปรดทานสังฆา

ฝังกลางเรียกว่า......................นิมิตประธาน

๏..แปดลูกแปดทิศ..................ผูกติดรอบวน

มองมิเห็นหน.........................มันจมดินดาน

ปักใบเสมา............................หาง่ายได้ขาน

ล่างลงใต้ลาน........................นิมิตหินแล

๏..จบเรื่องนิมิต.......................เพียงคิดอยากไข

เห็นคนชอบไป.......................ทำบุญกระแส

เขาบอกบุญมาก .................... หายากจริงแน่

พอถามกลับแปล.....................มิออกบอกมา

๏..ปักเขตอุโบสถ....................ประโยชน์ของสงฆ์

ทำให้มั่นคง...........................นิมิตศิลา

มิใช่เรื่องแปลก.......................แยกได้สิหนา

สุดแสนธรรมดา......................บอกให้ เอาบุญ

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สิบสี่กุมภาสองห้าหกหนึ่ง




                               ถ่ายหน้าทางเข้าสวนสัตว์เปิดเขาเขียว 11 กพ 2561


.......ใคร ๆ ก็พูดกันถึงวันวาเลนไทน์ 14 กุมภากันแต่เช้า ดอกกุหลาบเต็มหน้าเฟซหน้าไลน์ เลยต้องมาเปิดกูเกิลดูว่า วันนี้มันสำคัญอย่างไรบ้าง ก็พบว่ายังมีความสำคัญอย่างอื่น อีกคือ เป็นวันแรม 14 ค่ำเดือน 3 ก็คือวันพระ วันสิ้นเดือนจันทรคติเป็นวันจ่ายของพี่น้องชาวจีน พรุ่งนี้ตลาดคงปิดเงียบสิ้นปีเขา ไหว้เจ้ากันทุกบ้านและสุดท้ายก็คือวันวาเลนไทน์ ถึงจะเป็นเทศกาลฝรั่ง แต่คนไทยก็ยืนดีต้อนรับสามสำคัญ รวมอยู่วันเดียวกัน



วันนี้วันพระ แรมสิบสี่ค่ำเดือนสาม
 
.......วันพระเป็นวันที่พระเจ้าพิมพิสารทูลขอให้พระพุทธเจ้ากำหนดให้มีวันประชุมสนทนาธรรมกัน แบบปริพพาชกที่เขามีวันประชุมเพื่อสนทนาธรรมของเขา แต่เมื่อมานับถือพุทธศาสนาไม่มีการประชุมเพื่อฟังธรรม รู้สึกเงียบเหงา เพราะไม่มีวันประชุมฟังธรรมกัน พระพุทธเจ้าจึงอนุญาตให้มีการประชุมเพื่อการฟังธรรม ทุกวันแปดค่ำ 14 หรือ 15ค่ำ สรุปว่าเดือนหนึ่งมีวันธรรมสวนะ 4 ครั้ง แล้วกิจกรรมวันพระ แต่โบราณมา ท่านทำอะไรกัน
........1. ฟังธรรม จนได้ชื่อว่าวันธรรมสวนะ เป็นการสนทนาในหลักธรรมที่สนใจมีประธานฝ่ายสงฆ์และชาวบ้านมาประชุมกันแล้วเปิดการสนทนา ชาวบ้านจะถามสิ่งที่สงสัยใคร่รู้ ฝ่ายพระก็จะอธิบายโดยอิงหลักธรรมคำสอน ทำให้การประชุมมีความสำคัญมาก มาสมัยผู้เขียนเป็นเด็ก ตีสี่จะได้ยินเสียงพระตีกลอง ทำนอง เพราะมาก คนตีกลองจะใช้ฆ้อนสองอันซ้ายขวา สลับตีเป็นจังหวะ อีกคนคอยตีฆ้อง
สอดแทรกตอนจบจังหวะกลอง นอนฟังเพลินเลย และรู้แล้วว่าวันนี้เป็นวันพระ สายหน่อยได้กลิ่นอาหารหวานคาวโชยมาเต็ม ๆ ทนไม่ได้รีบตื่นมารับส่วนบุญจากแม่ พี่สาวไล่ไปล้างหน้าล้างตาก่อน มารับจานข้าวเหนียวปั้นหนึ่งกับปลาแซ่ย่างสุกแล้วชิ้นหนึ่ง แค่นั้นแหละอิ่มไปโรงเรียนได้ ส่วนแม่ก็ตักบาตรหน้าบ้าน แล้วไปจังหันที่วัด วันไหนวันพระตรงกับวันหยุด ไม่ต้องไปเรียนก็ตามแม่ไปวัด ยังกะคนใจบุญ     สุนทานเชียวแหละ แต่เปล่าหรอก เพื่อน ๆนักเรียนมันก็ว่างและตามแม่มาที่วัดเหมือนกัน ลานวัดจึงกลายเป็นสนามเด็กเล่นไป พวกเด็กหญิงเขาเล่นหมากเก็บ เต้นตากะโหลก ตี่จับ พวกผู้ชายเตะบอลประจำ แรกก็เล่นเบา ๆ นานเข้าก็หลุด เฮฮาจนมัคคทายกลงมาเตือนบ่อย ๆ
.......2.จำศีล ได้ยินชื่อแต่ไม่เข้าใจหรอกว่า จำศีล คืออะไร ท่องได้มั้งถึงเรียกว่าจำ แต่คงไม่ใช่เพราะคนท่องจำได้คงมีแต่เฒ่ามัคทายก และเฒ่าที่เคยบวชมาก่อนคุณยายน้อยคนจะท่องศีลแปดข้อได้ จนตอนที่บวชผมชอบไปท่องหนังสือที่ศาลากลางสระน้ำ เป็นกุฏิไม้หลังเล็ก ๆขนาด 2 คูณ 3 เมตร ได้ ใช้เป็นอุโบสถ เวลาทำกิจของสงฆ์ เงียบและเย็นสบาย อ่านจนหลับทุกวัน ตื่นมาก็อ่านต่อ วันหนึ่งมัคค
ทายกมาตามหา พี่เณรพามา ตะโกนบอกหลวงพี่จำวัดอยู่ ตะโกนซะดังลั่นเพื่อให้เราตื่นและได้ยิน โยมมานิมนต์ไปทำบุญบ้าน ต้องการพระเณร 7 รูป ตอนเย็นเจริญปริตตมงคล ขอฟังเทศน์ 1 กัณฑ์ เช้าสวดไชยมงคลคาถาตักบาตรถวายภัตตาหารเช้า ก็รับปากจะจัดพระเณรให้ตามนั้น ก็เลยถามเณรว่าทำไมบอกว่าหลวงพี่จำวัด แกก็อธิบายว่าเพราะเห็นหลวงพี่นอนหลับอยู่ เลยตะโกนดัง ๆให้ตื่นอ้อ..จำวัดก็คือนอนหลับนี่เอง แล้วจำศีลล่ะ ก็คงมีนอนหลับด้วยแหละ เพราะเห็นเตรียมเครื่องนอนมาพร้อมแต่หกโมงเช้า บางคนก็มาก่อนลูกหลานหอบมาส่งตามหลัง วันพระที่วัดจะตักบาตรที่ศาลาวัดกัน เพราะพระไม่ไปเดินบิณฑบาตร พระหัวหน้าที่หลวงปู่มอบหมาย ก็กระผมนี่แหละลงศาลาหลังจากโยมสวดมนต์ทำวัตรเช้าจบ เคาะระฆังให้พระทราบ ลงไปโยมอาราธนาศีลแปด ก็ให้ศีลโยมไปจนจบ อาราธนาเทศน์อีก
ก็ต้องเทศให้ฟัง โยมชอบฟังเพราะเทศน์ไม่ต้องอ่านหนังสืออานิสงส์ที่มีหลายเล่มเราอาศัยอ่านมากก็เทศน์ได้ โยมชอบแบบนี้ กลางวันมัคคทายกอดีตคือเจ้าอาวาส พาฝึกสมาธิ เหนื่อก็พักผ่อน จำวัด ตอนเย็นก็สวดมนต์ไหว้พระอีก ตีระฆังขอให้พระลงศาลาฟังเทศน์ จากนั้นก็ฝึกสมาธิต่อและหลับนอนบนศาลาวัดนั่นแหละ ตีห้าตื่นทำวัตรเช้า พระลงไปขอลาศีลอุโบสถขอศีลห้าและกลับบ้านไป
........3. กิจกรรมทำบุญถวายสังฆทาน พระไม่ไปบิณทบาตร โยมจะไปวัดตักบาตรทำบุญกัน บ้านไหนลูกสาวสวย แต่งมาอวดกัน หนึ่งโมงเช้ามัคคทายกจะพาไหว้พระรับศีล จบพระก็สวดไชยมงคลคาถา(พาหุง)โยมก็ตักบาตรและจัดสำรับข้าว เสร็จก็ถวายสังฆทาน นิมนต์หลวงพี่เทศน์ 1 กัณฑ์ ค่อยให้ฉัน รูปอื่นฉันไปก่อน หลวงพี่ก็ปีนไปนั่งธรรมมาสน์แสดงธรรมเทศนา โยมต้องขยับมานั่งใกล้ ๆ เพราะเสียงไม่ดัง
ไม่มีเครื่องขยายเสียง เทศน์จบลงไปฉัน มีสามเณร รอฉันเป็นเพื่อน 1 รูป และโยมนั่งดู เป็นแบบนี้ทุกวันพระ จนกลายเป็นพระพูดมากเพราะเทศน์บ่อย


.........เรื่องตรุษจีน  ที่เกี่ยวกับวันที่ 14 กุมภา 2561 วันจ่ายไง
 
.........วันจ่าย...กิจกรรมของประเพณีพี่น้องเชื้อสายจีน ไปเลือหาซื้อของกินของใช้สำหรับการไหว้ด้วย สำหรับไว้บริโภคช่วงหยุดหลายวันด้วย ถามคนขายของไหว้ที่บิ๊กซี เธอแจกคู่มือการไหว้เจ้าตรุษจีนให้แผ่นหนึ่ง ดีกำลังอยากรู้ เขาเล่าว่า....ตอนเย็นก่อนวันไหว้ จะอัญเชิญเจ้าที่จากสวรรค์มารับเครื่องสักการะก่อน รุ่งขึ้น....
.........(1)เช้ามืดไหว้ไป่เล่าเอี้ยด้วยซาแซ หมู เป็ดและไก่ มีเหล้า น้ำชากระดาษเงินกระดาษทอง
.........(2)ตอนสายไหว้ ไป่แป๋บ้อ คือไหว้บรรพบุรุษ ต้องเสร็จก่อนเที่ยง เรื่องไหว้ใช้ซาแซเหมือนกันตามด้วยอาหารคาวหวาน เผากรดาษเงินกระดาษทอง และเผาเครื่องกระดาษเสื้อผ้าแบบกงเต๊ก
.........(3) ตอนบ่ายไหว้ ไป่ฮ่อเฮียตี๋ เป้นการไหว้พวกผีที่เป็นญาติพี่น้องและผีไร้ญาติทั่วไป เครื่องไหว้ใช้ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อม เผากระดาษเงินกระดาษทอง จุดประทัดไล่สิ่งชั่วร้าย
........อ่านชื่อคำจีนแล้วงง ไปถามตากูเกิล ได้ความว่า
........ไป่เล่าเอี้ย ไป๊เล่าเอี้ย ป๊ายเล่าเอี้ย คงเพราะออกเสียงต่างกัน แต่หมายความถึงเทพเจ้าต่าง ๆทั่วไป ไหว้ด้วย ซาแซ เนื้อสัตว์สามอย่าง บางบ้านมีหลายแซก็จัดพวก โหงวแซ เติมพวก ห่าน ปลาหมึก กุ้ง ให้ครบโหงว(ห้า)
..........ป้ายแป๋บ้อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้อง มงคล
..........ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
.........ความหมายสิ่งของที่ใช้ไหว้ตรุษจีน ก็จากคู่มืออีกนั่นแหละ
- ไก่ ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง ความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
- เป็ด หมายถึง ความสามารถอันหลากหลาย
- หมู หรือ ปลา หมายถึง อุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้
- หมี่ซั่ว หมายถึง อายุยืนยาว ตามชื่อ คือ ฉางโซ่วเมี่ยน
- เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก
- สาหร่ายทะเล หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวยมักใช้สีดำ
- แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
- ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล
- ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต
- ขนมไข่ หมายถึง ความเจริญเติบโต
- ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู
- จันอับ หมายถึง มีความสุขตลอดไป
........ยายเลือกซื้อของไหว้ที่โลตัสตรงข้ามโรงพยาบาลทรวงอก เอารถไปจอดไว้ที่นั่น ขากลับเลยไปทานข้าวที่ศูนย์อาการเขาและเดินซูเปอร์มารเกตกัน ได้ไก่ต้มมาสองตัว ได้หมูตุ้มสุดมาหลายชั้น ขาดเป็ดจะกลับไปซื้อที่บ้านอร่อยกว่า ผลไม้ได้กล้วยหอม ส้ม แอปเปิ้ล แถมองุ่นด้วยยาย เจ้านี้ชอบ ก็ได้องุ่นอีก 1 ถุง ขาดเหลืออะไรกลับไปซื้อที่บ้าน สรุปว่าตรุษจีน ยายจะจัดไหว้ที่บ้านด้วย เห็นว่าตอนอยู่บ้านเลขที่ 6หน้าวัดโสธร คุณยายพาไหว้ทุกปี เออไหว้เถอะ ของไหว้ เจ้าอย่างเราชอบทุกอย่างยินดี รับของเหลือจากเจ้านะบอกก่อน เลือกซื้อที่ดี ๆ อร่อย ๆ เหล้าเจ้าชอบแบบสีแดงนะ เบียร์เจ้ารุ่นใหม่ก็ชอบ จัดให้ครบนา...แน่นอนคนทำพิธีไหว้ก็เราเองนี่นา


........เรื่องวันวาเลนไทน์ เกี่ยวกับ 14 กุมภาพันธ์ 2561

 
.........ฝรั่งเขาถือเป็นวันระลึกถึงความรักของชายที่มีต่อหญิงสาวในวันที่ถูกลงโทษถึงขั้นประหาร เขียนจดหมายพรรณนาความรักที่มีต่อหญิงสาว ถือว่าเป็นการบอกรักที่ชวนซาบซึ้งใจ น่ายกย่องบูชา จะบอกรักกันก็ขอให้เป็นสัจจะจากใจจริงแบบนั้นวันวาเลนไทน์ ก็กลายเป็นวันแห่งความรักของฝรั่งเขา ปีหนึ่งมีหนเดียว แต่พอมาถึงบ้านเรา ก็พัฒนาไปมาก กลายเป็นวันอิสระเสรีที่จะบอกรักกัน ชายบอกหญิง หญิงบอกชาย ได้ไม่ถือว่าน่าอาย อันนี้พอรับได้ แต่ก็ควรมีขอบเขต เดิมหมายถึงความรักของหนุ่มสาว ข้อจำกัดก็คือ รักเดียว ประเภทพกดอกกุหลาบเต็มหอบ นับดูซักโหลมั้ง มากไปรึเปล่า เห็นแล้วอิจฉานะ แล้วยังมีนิยมผิด ๆ อยากเสียตัววันวาเลนไทน์มอบให้ชายคนรัก ผู้ชายมันอยากได้อยู่แล้วไม่เกี่ยงวันหรอก อย่าไปเชื่อผิด ๆแบบนั้น สิ่งที่มีค่าที่สุดคือความรักจากใจไม่ใช่โลกีย์ ขืนมอบผิด ๆเขาก็ลดราคาลงทันทีไม่คุ้มหรอก วันวาเลนไทน์อยากให้เป็นวันแห่งความรํกทั่วไป ทุกความรัก จะมีค่าควรแก่การนึกถึง เราสามารถมีความรักได้มากมายเช่น รักตัวเอง รักพ่อแม่ รักพี่น้องรักญาติ รักเพื่อน มิตรสภาย รักการศึกษาเล่าเรียน รัครูอาจารย์ รักเจ้านาย รักงาน ประเพณีวัฒนธรรม ความรักที่มีความหมายมีมากมาย ไม่ต้องบอกก็ได้ แต่ปฏิบัติให้เห็นเลยว่าเรามีรัก แบบนั้น ๆ ดีและมีค่าไม่แพ้ให้ดอกไม้น่า..เชื่อเหอะ