วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

ทดแทนพระคุณพ่อแม่














-------------------------------------
เล่าเรื่องทำบุญแทนคุณพ่อแม่
........สมัยก่อนผมไม่ค่อยชอบทำบุญ เพราะไม่รู้จักบุญนั่นแหละ ที่ได้ทำก็เพราะไปกับ แม่และพี่ ๆ ตอนอยู่ประถมแม่ชอบชวนไปวัด ขึ้นบนศาลาใส่บาตรก่อนค่อยให้ลงไปลานวัดเพื่อนจัดทีมฟุตบอลรออยู่ แล้ว ขาดแต่กัปตัน ฟุตบอลเราทำจากผ้าขี้ริ้วม้วนกลม ๆ ฉีก ผ้าอาบน้ำฝนหลวงพ่อสองผืน ท่านให้มาเดิมเป็นผ้าถูพื้นของท่าน ซักล้างตากไว้หลายวัน ฉีกบิดเป็นเกลียวเชือก เอามาถักรอบลูกฟุตบอล ได้  ลูกขนาดส้มโอ เตะมันมาก เพื่อน มันขีดเส้นสนาม มีหลักปักเป็นประตูด้วย ข้างละ 5 คน สำรอง 1 ไว้เปลี่ยนตอนมีคน เหนื่อย สนามเล็ก 5 คนก็แน่นแล้ว กรรมการไม่ต้องมี แข่งกันนานแค่ไหนไม่รู้ ไม่มี นาฬิกา เคยทำแบบอันจมที่เขาใช้จับเวลาชนไก่ เพื่อมันไม่เอา บอกเราไม่ใช่ไก่ (ทำด้วยกะลามะพร้าว เจาะรูเล็ก ๆ วางใส่ถังน้ำ ให้น้ำค่อย ๆซึมเข้า จนมันจมลง ก็ หมดยก เรียกน้ำที่ 1 ตีกัน 3 ยก จบ ไม่ได้  ทำเองหรอก เพื่อนมันลักของพ่อมันมา) เล่นไปสักพัก มัคทายกลงมาด่าเบา ๆหน่อยโว้ย หนวกหู พระกำลังฉัน นอกเรื่องไป เยอะนะนี่ แค่จะบอกว่าเป็นคนชอบไปวัดไปวาแต่ยังเด็ก แต่นึก ๆ ดูไปเพราะชอบไป เล่นไม่ได้ชอบไปทำบุญหรอก
.......ช่วงเป็นนักเรียนประถม มัธยม ครูพาไปทำบุญที่วัดก็ไปแบบงง ๆ มีการบริจาคเงินรวมกันทำกัณฑ์เทศน์ถวายพระด้วย ไปถึงวัดก็สายแล้วหลังเที่ยง เดินรอบโบสถ์ จุดเทียนไปด้วย ยังนึกขำเลย สว่างกลางวันให้จุดเทียนทำไม หยดใส่มือร้อนตายชัก เวียนตอนกลางคืนค่อยคุ้มหน่อย ครูสั่งให้ระลึกพระ พุทธเจ้า รอบสองพระธรรม รอบ สามพระสงฆ์ นึกไม่ออกหลับตานึกก็เห็นแต่ภาพพระพุทธรูป พระธรรม นี่ไม่เห็นรูปเลย ไม่รู้หน้าตาเป็นยังไง พระสงฆ์ก็เห็นแต่ภาพพระครูท่าน ไม่รู้ว่าทำไมต้องนึกถึง นึกไป
เดินไป ไม่กี่ก้าวก็ลืมแล้วมาบนศาลาวัดร้อนมาก เหงื่อแตกพลั่ก ครูพาสวดมนต์ไหว้พระรับศีลฟังเทศน์ ถวายกันฑ์เทศน์แล้วก็ปล่อยกลับบ้าน สมัยเราเป็นครูให้ปรับทำ กิจกรรมบนศาลาก่อน ค่อยลงไปเวียนเทียนเสร็จเลิกกลับบ้านไป
.......พระบิณฑบาตรตอนเช้าจะผ่านถนนหน้าบ้านทุกวัน แม่และพี่สาวตักบาตรกันบ้าง เราไม่ตักเลยอายพระ ยังนึกเลยว่าถ้าเราบวชจะอุ้มบาตรเดินรอบบ้านแบบนี้ได้หรือ อายน่ะ แล้วสิ่งที่อายก็มาถึงเมื่อต้องบวชแทนคุณพ่อแม่สามเดือนก่อนค่อยสึกออกมาแต่งงาน คำนี้พ่อแม่ว่าเอง เราไม่รู้หรอกว่ามันจะทดแทนกันอย่างไร ทำขวัญนาคก็ตั้งใจฟังนะเขา ว่าพูดถึงคุณพ่อแม่ไว้อย่างพิศดาร แต่ตอนบวชทดแทนอย่างไรไม่เห็นว่าให้ฟัง ไปมอบ ตัวล่วงหน้า 7 วัน ท่องคำขานนาค ท่องบททำวัตรสวดมนต์     ได้เยอะเหมือนกัน วัดที่บวช หลวงปู่อายุเกินร้อยแล้ว บิณฑบาตรไม่ไหว พวกบวชใหม่คือสมาชิกใหม่ทั้งหมด มีโยม เขามาแนะนำกิจวัตรของพระต้องทำอะไรบ้าง วันพระหลวงปู่มาร่วมทำวัตรเย็น ท่านสอน
ให้บ้าง ผ่านไปเดือนหนึ่งถึงจำได้ กิจกรรมที่ทำประจำช่วงบวชอยู่ทำอะไรบ้าง พรรษาที่ 1 จำพรรษาวัด ที่บ้าน วัดอัมพวันบ้านหนองลุมพุก สอบได้ นธ.ตรี พรรษา ที่ 2 3 วัดหรคุณบ้านหนองหารจาง อำเภอ    น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จบ นธ. โท นธ.เอก และปธ.2) ช่วงนี้กิจกรรมประจำวันคล้าย ๆกัน ยังเป็นนักเรียน นักศึกษา
........ตีสี่ตื่นนอนทำวัตรส่วนตัวที่ห้องนอน ตีห้าทำวัตรรวม สว่างลงกวาดลานวัด เณร ตักน้ำใส่ตุ่ม ปัดกวาดศาลาฉัน เตรียมบาตรให้หลวงพี่ หกโมงครึ่งเตรียมออกบิณฑบาตร รับบาตรจากเณรก็เดินแถวเข้าหมู่บ้าน ไม่สวมรองเท้า ไม่วอกแวก ตาจ้องไม่เกินเจ็ดก้าว ไม่พูด คนจะใส่บาตร เปิดบาตรให้แผ่เมตตาให้ อย่ามองหน้าเขา โดยเฉพาะสาว ๆ สำรวม ให้มาก เสร็จก็ผ่านไป ไม่ต้องให้พร เพราะอาบัติ ห้ามพูดจาขณะเดินในบ้าน บาตรเต็ม หยุดรับ เดินกลับวัดเลย โยมจะใส่รู้เขาจะตามไปตักบาตรที่วัดเอง ถึง วัดเณรจะรับบาตร ไปเอาสิ่งของที่มิใช่ข้าวออกใส่ถาดรวมไว้ โยมเขาจะแยกจัดแต่งเป็นสำรับเอง บาตร
วางเรียงแถวไว้ คนที่จะตักบาตรเพิ่มก็ตักได้เลย สองโมงตรงลงศาลา สามเณรเขาจัด ที่นั่งฉันเรียบร้อย นำบาตรมาถวาย ยกสำรับอาหารถวาย คนที่สมาทานธุดงค์ฉันเฉพาะที่ มีในบาตร ก็ไม่รับสำรับที่เป็นถาด ฉันเสร็จก็ให้พร จบภาคเช้า ถ้าเป็นวันพระ คนมาเยอะ เขาจะจัดถวายสังฆทาน และไม่ให้ไปบิณฑบาตร
........วันพระหรือวันมีทำบุญสังฆทานต่าง ๆ บาตรจะจัดตั้งไว้ที่สำหรับให้ชาวบ้านใส่บาตร พระลงศาลาเจ็ดโมงครึ่ง ชาวบ้านพร้อม มัคทายกจุดธูปเทียนบูชาพระ สวดมนต์ไหว้พระ รับศีล อาราธนาพระปริตตมงคล พระเจริญพระพุทธมนต์ เพิ่มบทไชยมงคลคาถา(พาหุง) โยมเริ่มตักบาตร พวกจัดสำรับกับข้าวก็ทำไปจนเสร็จ มัคทายกนำกล่าวคำถวายสังฆทาน ยกบาตรถวาย ยกสำรับกับข้าวถวาย อาราธนาเทศน์ หัวหน้าเทศน์ ที่เหลือฉันไป เทศน์จบ พอดีให้พรได้พร้อมกัน โยมส่วนหนึ่งก็กลับ บางส่วนรอรับทานอาหาร หัวหน้าฉันลำพัง รูปเดียว ที่เหลือก็กลับ บางรูปก็รอหัวหน้า โยมช่วยจัดการสำรับ ล้างถ้วยชาม แล้วมานั่ง รับประทานอาหารกัน จบภาคฉันเช้า
.........สามโมงครึ่งพระเณรที่เรียนนักธรรมลงห้องเรียน ครูสอนนักธรรม ตรี โท เอก ก็ สอนกันไปจน ห้าโมง หยุดพักฉันเพล และพักผ่อน บ่ายโมงครึ่งลงเรียนภาคบ่าย ไปเลิก โน่นสี่โมงครึ่งพร้อม ๆนักเรียนโรงเรียนประถม ช่วงพรรษาที่ 2-3 อยู่สำนักเรียน ได้เรียน นักธรรม เรียนบาลี และเรียนเทศน์ปุจฉาวิสัชนา เทศน์หกกระษัตริย์ ตารางแน่นจริง ๆ เช้าเรียนนักธรรม บ่ายเรียนบาลี วันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ เรียนเทศน์ ทำวัตรเช้าเย็นมีปกติ เตรียมลงทำวัตรเย็น พระปลงอาบัติก่อนทำวัตร สามเณรสมาทานรับศีล 10 ทุกวันพระ ใหญ่ เพราะไม่มีปลงอาบัติแบบพระ ทำวัตรเย็นจนจบก็เสวนากันตามเรื่องราวที่มีใครหยิบมา
หารือ ไม่มีก็แยกย้ายเข้าที่พัก ดึกหน่อยก็ทำวัตรส่วนตัว แผ่เมตตา พิจารณากัมมฐาน เหนื่อยแล้วก็หยุดพักหลับนอน
.........นอกเหนือกิจประจำ ยังมีกิจพิเศษแถมามากบ้างน้อยบ้าง งานทำบุญบ้าน ลักษณะงานมงคลต่าง ๆ คล้าย ๆกัน เขานิมนต์ไปเจริญพระปริตตมงคล ฉันเช้า บางบ้าน มีเทศนาด้วย เช่นขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบ้านโอกาสสำคัญ ๆ แต่งงาน ทำขวัญคนหายเจ็บป่วย งานอวมงคลกรณีคนตาย ทำบุญเนื่องด้วยคนตาย 3 วัน 7 วัน 100วัน มีเรื่องตื่นเต้นตอน บวชได้เจ็ดวันมีคนตาย หลวงปู่ว่า พวกมึงไปให้บุญเขา เป็นสาวสวยนาติดกันเคยหยอกล้อ กันก็บ่อย แกป่วยนานแล้วแหละ ตายตอนซักสองโมงเช้า โยมรีบมาบอกให้ท่องบทสวด ธัมมสังคิณี บังสุกุล และบทอนุโมทนา แกถามว่าท่องทันใหม่ บ้านนอกเขาห้ามท่องบ่น มันอาถรรพ์แรงแพ้ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตได้ง่าย ก็ไม่มีปัญหาหรอก แอบท่องในห้องนอน บ่อยจนจำได้ คนอื่นไม่รู้ จากนั้นมางานมงคล อวมงคล ต้องไปทำหน้าที่พระให้ชาวบ้าน รู้สึกเขาพอใจ พระเณรรุ่นนี้สวดคล่องไม่มีติดขัด ก็เพราะจบทำวัตรจะนัดทบทวนกับ 1 บท เสมอ เช่นวันนี้ ทำวัตรเช้าเสร็จ ซ้อมมงคลสูตร เย็นทบทวนรัตนสูตร วนเวียนไป เพื่อช่วย คนที่จำยากนั่นเอง ช่วงมาอยู่สำนักเรียน งานพวกนี้มีมาก แต่พระเณรเยอะ แบ่ง ๆ กันไป เลยไม่เหนื่อย
..........บุญจากการเทศน์ ปกติชาวบ้านจำศีลแปดค่ำ สิบห้าค่ำ มีประมาณ 25-30 คน เช้า ๆ หกโมงเศษจะได้ยินเสียงระฆัง ให้พระลงไปให้ศีลแปด ทำวัตรเสร็จพอดี เราต้อง รับบทนี้ประจำ หลวงปู่สั่งไว้ กลางวันโยมจะนั่งกรรมฐานกัน จนบ่ายจะเคาะระฆังอีกครั้ง ขอฟังเทศน์ 1 กัณฑ์ เขามีหนังสืออานิสงส์ให้อ่าน แต่เราไม่ชอบ เพราะแต่งซะเกินไป เช่น ทานเข็มเล่มเดียวเกิดชาติหน้าสติปัญญาเฉียบแหลม ทานข้าวก้อนหนึ่งไปเกิดใน สวรรค์วิมานสูงเป็นโยชน์บริวารนับร้อยนับพัน เลยอ่านเอาแต่สาระถ้าจะมีนิทานหรือชาดก
ก็อ่านแล้วเล่าเอง เทศน์แบบนี้ปรากฏว่าโยมชอบมาก งานไหนก็งานไหนสั่งไว้เลยให้ หลวงพี่เป็นคนเทศน์ สมัยมาอยู่สำนักเรียน ได้เรียนเทศน์ รู้จักหลักการเทศน์ดีขึ้น อาจารย์พาไปฝึกเทศน์บ่อย ๆ จนปล่อยให้เทศน์เอง ไปบ่อยเพราะสำนักเรียนนี้โด่งดัง มานาน มีงานเทศน์เข้ามามาก คนเทศน์ขาดก็ดึงเอามือใหม่ไปเสริมบ้าง จำได้ว่าแรก ๆ ได้ไปสัก 3 งาน ปี 2-3 เกิน 10 งาน เคยไปไกลถึงเวียงจันทร์ เทศน์หกกระษัตริย์ เขา เคยฟังทำบุญกฐิน หานักเทศน์ใกล้ ๆไม่มี เลยตามมาจนถึงขอนแก่น พระเทศน์ชอบมาก หญิงชายฟ้อนรอบธัมมาสน์ มีติดกัณฑ์เทศกันวนรอบศาลา จบก็เอาเงินกีบมายัดย่ามถวาย
ตอนข้ามมาฝั่งไทยแลกได้สามร้อยบาท เยอะนะสมัยโน้น
........พรรษาที่ 4-7 จำพรรษาที่วัดศรีบุญเรือง จังหวัดเลย เจ้าคณะจังหวัด สีหนาทภิกขุ นักเทศน์ปากกรรไกรคมกริบ ได้ศึกษาผลงานและรูปแบบการเทศน์ของท่าน แอบเอามาใช้ บ้าง ท่านหัวเราะบอกว่ามหาเทศน์แบบนี้มีบางคนไม่ชอบนะ ระวังจะไม่มีคนใส่บาตรให้ อยู่ที่วัดนี้ได้เรียนด้วย ได้เป็นครูด้วยสอนนักธรรม สอนบาลีและสอนการศึกษาผู้ใหญ่ จบ ปธ.3 ปธ.4 ช่วยสอนบาลีให้อาจารย์ วุฒิ. ม.6 ช่วยสอนคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ การศึกษาผู้ใหญ่ของวัดได้ด้วย ที่เล่ามานี่คือเป็นธรรมทานน่ะครับ มีโอกาสทำค่อนข้างมาก บุญกุศลก็ส่งผลให้เราสอบ พ.กศ. สองปีแรก ส่วน พ.ม. สอบปีเดียวได้เลย ลือกันทั่ว บ้านติ้ว มีโยมมาขอดูตัวด้วยนะ เออตอนนั้นผอม ๆ ดำ ๆ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพราะทำแต่งาน สอน ๆ ๆ ๆ โยมชวนไปเที่ยวกินข้าวป่า ไม่ว่าง ชวนไปเยี่ยมนาข้าว ไม่ว่าง แบบนี้ ไง ถึงไม่มีใครรู้จัก พอข่าวพระวัดนี้ สอบวิชาชุด พม.ยกชุดในการสอบครั้งเดียว ถึงได้มาขอดูหน้าหน่อย อ้อ สอบได้วิชาชุดวิทยาศาสตร์ ด้วย พระอะไรสอบได้ชุดวิชาวิทยาศาสตร์ ครูไปอบรมเป็นเดือน ยังสอบไม่ค่อยจะผ่าน โห พวกโยมไม่   รู้นี่นา จบ ม. 6 คะแนนคณิต วิทย์ เต็ม สอนการศึกษา ผู้ใหญ่สองวิชานี้หาครูยากมาก หลวงพ่อบอกว่า   มหาช่วยสอนหน่อย หาครูได้ค่อยเปลี่ยน จนสึกก็ยังหาครูมาสอนไม่ได้ เพราะส่วนมากเป็นครูสตรี   ชวน  มาสอนพระเณร ไม่เอา
.........การปฏิบัติรักษาศีล แรก ๆก็ไม่รู้ แต่พวกเราจะสอบธรรมตรีกัน ท่องธรรมวินัย กัน เพื่อนให้เราเป็นผู้นำการสอน ครูจริง ๆ ไม่มีก็ตกลงให้อ่านหนังสือแล้วมาสัมมนากัน ส่วนวินัยคือศีล 227 ข้อ เลยถึงบางอ้อ ศีลพระอยู่นี่เอง จำได้ติดปากจะเอาไปสอบ อ่านวิธีการแก้ไขเมื่อมีปัญหาละเมิดศีล เดือนแรกพรรษาท่องจบแล้ว ไปเห็นหนังสือ พระภิกขุปาฏิโมกข์ เข้าใจว่าเป็นเทศนาที่พระพุทธเจ้าตรัสวันมาฆบูชา เอามาอ่าน ปรากฏว่าไม่ใช่ แต่เป็นศีล 227 ข้อ ที่เป็นภาษาบาลี มีคำแนะนำว่าพระต้องฟังสวด
ปาฏิโมกข์เพื่อทบทวนศีล ทุก 15 วัน อ้าววัดเราจะไปฟังสวดที่ไหน เจอหลวงปู่ก็เลย ถามท่านบอกว่าสวดไม่ไหวแล้ว ให้ไปลงอุโบสถวัดเจ้าคณะตำบล วัดพระอุปัชฌาย์เรา นั่นแหละ คนสวดคือพระอาจารย์สมชาย พระกรรมวาจารย์เรานั่นเอง ได้คุยกับท่าน ทราบว่าท่านท่องอยู่เป็นปี เล่มเล็ก ๆเองทำไมท่องนานจัง กลับมาวัดก็เลยลองท่องเล่น ๆ 15 วัน ท่องจบ ทำวัตรเย็นเสร็จ ทบทวนทุกวัน ออกพรรษาก็ลองสวดให้พระอุปัชฌาฟัง ท่านชอบใจ ถวายผ้าให้ 1 ไตร บอกต่อไปช่วยท่านสมชายสวดได้เลยก็ได้สวดบ่อย ๆ เพราะท่านอายุมาก ได้รางวัลผ้าไตรทุกปี ดังนั้นการรักษาศีลก็ง่ายเพราะรู้จักทุกข้อ ส่่วน
กรรมฐาน พระอุปัฌาย์ให้มาวันแรกที่บวช เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ อนุโลมปฏิโลม อยู่ห้องนอนก็ทำบ่อย ๆ แต่ผลไม่น่าพอใจ วิธีสติปัฏฐานจะทำให้เกิดสมาธิง่ายกว่า
.........ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว พ่อแม่เป็นคนไร่คนนา ขยันมาก พระ บิณฑบาตรถนนห่างบ้าน 100 เมตร เลยไม่ค่อยไปใส่บาตร ช่วงเราบวชแกล้งพาลูกน้อง แวะตามทางเดินผ่านรั้้วไป ไม่ใส่บาตรไม่ได้แล้ว พระมาเห็น ๆ มากันทั้งคุ้มเลย วันพระเห็นใส่ชุดขาวมาจำศีลกะเขา นึกขำในใจนะ พ่อเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ลายมือก็ สวยไปท่องบทสวดต่าง ๆมา นำสวดมมนต์ไหว้พระได้ มัคทายกเดิมท่านเสียตอนพรรษา ที่ 2 พ่อเลยสืบทอดตำแหน่งไม่มีผู้แข่ง ปีที่เราสอบเปรียญ 3 ได้ เขาเรียกพ่อมหา แม่มหา หน้าบานยังกะกระด้ง ราศีสดใสทั้งสองตายาย ก็เลยนึกได้
........แทนพระคุณพ่อแม่เราทำได้ ทำมานานแล้ว สมัยเรียนประถม สอบเสร็จ ครูประจำ ชั้นแวะมาบ้าน คนที่มาชี้หน้าด่าเรากำลังดื่มนมแม่นั่นแหละ รู้ทีหลังแกแอบมาบอกข่าวว่า ลูกชายมีงสอบได้ที่ 1 ได้เหล้าขาวฟรี 1 ขวด ๆไปโรงเรียนก็เห็นประกาศได้ที่ 1 จริง ๆ ขนาดตอนเรียน ป. 2 คนมาบอกข่าวแลกเหล้ายังเป็นคนเดิมนะ เพราะแกเป็นเพื่อนพ่อ สองตายายนี่ก็บ้ายอ เสียเหล้าฟรีก็เต็มใจ หมดไปเยอะเหมือนกันนะ สมัยนั้นสอบซ้อม 3 เทอม เทอมปลายมีสอบไล่อีกครั้ง เป็นสอบสี่ครั้ง เสียเหล้าฟรี 4 ขวดต่อปี 4 ปีก็ 16 ขวด มัวแต่ไปนับเหล้า ลืมไปว่านั่นเราทำให้พ่อแม่ปลื้มใจ เป็นการตอบแทนคุณที่ยอด เยี่ยม เพราะช่วยให้แกอิ่มอกอิ่มใจตลอดมา เราก็บ้าสอบได้ที่ 1 ปีละ 4 หน เรียนมัธยม 6 ปี ปีละ 4 ครั้ง ฝีมือไม่ตก ตอนบวชก็เช่นกัน นักธรรมตรี โท เอก พ่อแกรู้ข่าวก่อนใคร เพราะแกชอบเอาของไปถวายพระอุปัชฌาย์ วัดใกล้บ้านห่าง 5 กม.เอง วัดเจ้าคณะที่ เป็นสนามสอบ ผลสอบออกประกาศที่นี่ก่อน เห็นหน้าโยมก็หัวเราะบอก โชคดีอีกแล้ว ลูกชายได้นักธรรมตรี....โท...หลังจากนั้นย้ายไปเรียนบาลี เป็นเรามาแจ้งข่าวเอง ได้ เปรียญสามพ่อว่า น่าจะฉลองพัดยศนะ คนแรกของบ้านเราเชียวนะ เราขำ ๆ ไม่ให้ทำ เพราะประโยชน์น้อย ได้โอ้อวดอย่างเดียว ไม่ใช่ใบปริญญาจะได้เอาไปสมัครงานได้
........ตอนแม่เสียยังเป็นพระมหาอยู่ยังไม่สึก ได้ดูแลแม่จนลมหายในเฮือกสุดท้าย สาย ตาที่มองดูเราด้วยความห่วงใย ขอโทษแม่นะที่ฉันผิดสัญญา ตกลงกันบวชสามเดือน จะสึกออกมาแต่งงาน แต่ล่วงสามปีเข้าแล้วยังไม่สึก คงอยากเห็นลูกมีครอบครัวมีลูกมี หลานนั่นแหละ พ่อโชคดีกว่าทันได้เห็นลูกชายบรรจุเป็นครู ยืนกว่านั้นสักปีเดียวก็ได้เห็น ลูกสะใภ้แล้ว แต่งงานแล้วถึงได้พาไปเคารพเจดีย์สองตายาย ขอโทษนะพ่อและแม่ ชะตาชีวิตบางทีก็กำหนดได้ยาก แต่เชื่อนะว่าทุกสิ่งที่กระทำไป ช่วยให้พ่อแม่ภูมิใจได้ เสมอมา
...........ผลดีที่ได้บวชเรียนพระธรรมวินัย บวชแล้วได้ทำหน้าที่หัวหน้าคณะแทนท่าน เจ้าอาวาส ทำให้

ได้เรียนรู้การบริหารงานของคณะสงฆ์ ได้สนใจการปฏิบัติตามพระธรรม วินัย รู้จักอาบัติ รู้การทบทวนศีลทุก 15 วัน รู้วิธีปลงอาบัติ อาบัติที่ปลงได้ ปลงได้แต่มี เงื่อนไข นิสสัคคีย์ ต้องสละสิ่งที่ทำให้ต้องอาบัติก่อนค่อยปลงได้ สังฆาทิเสส ต้องอยู่ ปริวาสและมาณัติก่อนจึงจะขออัพภาณโดยคณะสงฆ์ วีสติวรรคได้ ส่วนปาราชิก 4 ข้อนั้น ไม่ต้องทำอะไรเพราะมันปลงอาบัติไม่ได้ ผิดแล้วขาดสภาพภิกษุทันที ไม่ต้องให้ใครบอกไม่ต้องให้ เขาเสียเวลาลงมติ
...........สึกออกมาสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ครูตรี โก้ดีเหมือนกัน พ่อดีใจมาก ข่าวว่า คุยให้ชาวบ้านเขารู้คงจะครบทุกครัวเรือนแล้ว เพราะแกเป็นมัคทายกด้วย เสียดายไม่ถึง สี่เดือนเลยพ่อล้มเจ็บลง ด้วยโรคยอดฮิตที่ชาวบ้านเขาเป็นกัน ฝีในท้อง กว่าจะแสดง อาการก็เจ็บหนักแล้ว พาไปโรงพยาบาล ฟังหมออธิบาย ก็ไม่สบายใจนักหมอว่ามาช้า ไประยะสุดท้ายแล้ว ก็ลามาเฝ้าดูพ่อช่วยพวกพี่ ๆ คราวละ 5 วันแล้วก็กลับไปลาใหม่ ที่สุดพ่อก็จากไปเสียใจมากเหมือนกัน เพราะการได้เป็นข้าราชการคือสุดยอดความคาด หวังที่แกอยากให้เป็นนับแต่ส่งไปเรียน ม.1 น่าจะมีโอกาสได้ดีใจเป็นสุขนาน ๆกว่านี้ หน่อย
..........ยาวมากจริง ๆ ขอสรุปแหละนะ การทำบุญทดแทนคุณพ่อแม่นั้น ต้องทำกัน ตลอดชีวิตเลยแหละ ใช่บวชสิบห้าวันสามเดือนจะเพียงพอ ยิ่งบวชแบบไม่รู้เทคนิคการ สร้างบุญด้วยละก็ เสียเวลา พระทำบุญด้วยวิธีเดียวกับเราคือ บุญกริยาวัตถุ 3 ทำทานได้ บุญ ปฏิบัติศีล และภาวนา ได้บุญ ถามดูว่า บวช 15 วัน 3 เดือน ได้ทำบุญกี่มากน้อย ดีไม่ดีสู้ ลูกสาวอยู่กับพ่อแม่ ทำมาหากินเลี้ยงดูพ่อแม่ให้มีข้าวปลาอาหารบริโภค ให้มี เสื้อผ้านุ่งห่ม เจ็บป่วยดูแลใกล้ชิด มีโอกาสก็พาไปทำบุญทำทาน พาไปท่องเที่ยว ทำได้แบบนี้จะดีมากเลย กรทำบุญตอบแทนพ่อแม่ที่ดีมาก ๆคือการทำให้ท่านดีใจ เป็นสุข และภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ผมขยันตั้งใจเรียนสอบได้ที่ 1 ประจำ พ่อแม่เป็นสุขและภูมิใจ ขนาดเราไม่ค่อยอยู่บ้าน พี่สาวบอกบ่นหาแต่มึง ได้ปลาตัวโต ๆ ทำปลาแดดเดียว จะ เก็บไว้ให้มึง ดีที่พี่สาวพี่ชายเข้าใจ ไม่อิจฉา ช่วงที่พ่อแบ่งมรดกให้ เราก็แจ้งพวกพี่ ๆ ว่าส่วนที่พ่อยกให้เรานั้น ยกต่อให้พี่สาวคนที่เลี้ยงดูพ่อแม่นั่นแหละ ผมเป็นครูคงไม่คิด มาทำนาหรอก ความจริงคือมันไม่มากมายอะไร ให้พี่เขาเถอะเขาอยู่กับบ้าน จบได้แล้วนะครับ ...


.

*************

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สนทนา..สาธุ.....

                                                                    
                                                                    (ภาพจากกูเกิล)

........
 3  มิย. 2560 วานนี้ผมไปโพส คำสาธุ ใต้ภาพงานสีดำของพี่น้องชาวเฟส ก็ทำประจำ มานานตั้งแต่สมัยอยู่วัด จนทุกวันนี้ก็ใช้อยู่เรื่อย พอดีมีคนทักว่า แปลก ๆ นะ ถึงได้คิดครับ ว่า เอ ....คำสาธุ ที่เราใช้บ่อย ๆ นี่มันถูกกาละเทศะใหม ? ดีครับ ขอบพระคุณท่านที่ทัก ผมจะได้ถือโอกาสเปิดตำรา สาธุ ดูอีกที 
.......ตอนเรียนบาลีไวยากรณ์ การวิเคราะห์จำแนกคำ มีสอนกัน เจอคำน่าสงสัย ความหมายอะไรแน่ จะวิเคราะห์หาองค์ประกอบต่าง ๆ คำสาธุ เช่นกัน ประกอบ ด้วย สธ ธาตุ (แปลว่าสำเร็จ) + รุ ปัจจัย = สาธุ หมายความว่า สำเร็จ มีคำ อธิบายของ พระธรรมวิสุทธิกวี(วัดโสมนัสวรวิหาร) ท่านอ้างคำอธิบายจาก
ส่วนในคัมภีร์อภิธานัปปทีปิกา ได้จำแนกการใช้คำว่า สาธุ ไว้ 6 นัย กล่าวคือ
.....1..สุนทระ หมายถึง ดีงาม
.....2..ทัฬหิกัมมะ เป็นการย้ำอีกครั้ง เพื่อให้การกระทำนั้นมั่นคงยิ่งขึ้น
.....3..อายาจนะ เป็นคำอ้อนวอนหรือเรียกร้อง เมื่อเริ่มต้นจะพูดอย่างอื่นต่อไป
.....4..สัมปฏิจฉนะ เป็นการรับคำหรือยอมรับคำพูดของผู้อื่น
.....5..สัชชนะ หมายถึง คนดี
.....6..สัมปหังสา เป็นคำแสดงความยินดีหรือพอใจ
.....ท่านเจ้าคุณช่วยขยายความเวลานำมาใช้กันในสำนวนแบบไทย ๆ ว่ามีใช้ กันใน 5 สถานการณ์ คือ
......1.สาธุหมายถึง อนุโมทนา แสดงความยินดี ตกลง เห็นด้วย เช่น เวลา เราเห็นด้วยกับใครตกลง โอเค เราก็บอกสาธุ เห็นด้วย ๆ สมมุติว่าเราเลือกตั้ง เห็นคะแนนเสียงเราก็บอกสาธุไม่ต้องปรบมือกราว ๆ เพราะปรบมือเป็นของฝรั่ง เขาของไทยคือสาธุเห็นด้วยเหมาะสมแล้ว หรืออาจารย์รู้ว่าลูกศิษย์กราบสวย
อาจารย์ก็บอกสาธุดีแล้วอนุโมทนายินดีด้วย
....2.สาธุหมายถึง ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คือให้สำเร็จประโยชน์ เช่นได้ยิน คำว่า มัตตัญยุตตา สทา สาธุ ความรู้จักประมาณให้สำเร็จประโยชน์เสมอ
....3.สาธุหมายถึง ขอให้สมพรปากกับคำอวยพรที่ท่านให้ อย่างเช่นอันนะภาระ ในครั้งสมัยพุทธการเป็นคนยากจนเข็ญใจทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้อธิฐานว่าคำว่าจนอย่าได้มีและจงได้รู้ธรรมอย่างท่านพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้ให้พรว่า
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา แปลว่า
ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้วจงสำเร็จโดยฉับพลัน ขอความดำริ ทั้งปวงจงเต็มที่เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี ฯ
......จึงรับว่า สาธุ ขอให้สมพรปากท่าน
.....4.สาธุหมายถึง ขอโอกาส อันนี้เป็นสำนวนของพระ อย่างสมมุติว่า สาธุภาษาบาลี ภาษาไทยว่าขอโอกาส ตัวอย่างเช่นเวลามัคนายกพาขอศีลห้า จะอาราธนาศีลบางคนนิยมขึ้นว่า สาธุ สาธุ มะยัง ภันเต เคยได้ยินบ้างไหม กับว่าคนเป็นครูบาอาจารย์จะทำอะไรก็ขอโอกาสพระเถระเสียก่อนเช่น จะเปิด หน้าต่างก็ ขอโอกาสท่านอาจารย์ครับผมจะเปิดหน้าต่าง ทำอะไรต้องบอก ผู้ใหญ่เสียหน่อย ไม่ใช้ทำพรวด ๆ ไปขาดความเคารพ การทำขอโอกาสอย่าง นี้ท่านเรียกว่า ขอโอกาส
.....5...สาธุหมายถึง แสดงความต้อนรับแสดงความยินดีไชโยโห่ร้องกราบไหว้ ยกตัวอย่าง เวลาสมเด็จสังฆราชหรือใครก็ตามเสด็จไปต่างประเทศ ต่างประเทศ เช่นเนปาลเขานิยมเวลามาต้อนรับเขาจะร้องสาธุตลอดทางที่มาต้อนรับ สาธุตัวนี้ ก็คือขอยินดีต้อนรับ
......ดูคำอธิบายเรื่องคำ สาธุ ทั้ง รากศัพท์ และการนำมาใช้ในกลุ่มผู้ที่ท่านใช้ ภาษาบาลี (พระ) และชาวบ้าน จะเห็นได้ว่าคำนี้มีความหมายดีงาม สามารถนำไป ใช้ในหลายสถานะ ส่วนมากเป็นเรื่องดีงาม ดังตัวอย่างที่ท่านเจ้าคุณยกมาอธิบาย ทีนี้ถามว่า การทำบุญฌาปนกิจ เห็นภาพชุดดำ หรีด หรือพุ่มดอกไม้ เราเห็นก็อาจ สลดใจแทน เราสาธุตรงนี้ ก็ไม่เหมาะ แต่ที่เรา สาธุ เพราะกิจกรรมที่เห็น คนที่สูญ เสีย เขากระทำสิ่งที่ควรกระทำให้แก่ผู้ล่วงลับ เราเห็นว่าเป็นการกระทำบุญกุศลที่ น่ายกย่องและน่าอนุโมทนา ลองสังเกตดูเวลาทอดบังสุกุล พระท่านชักบังสุกุล สวด... อนิจจา วตสังขารา อุปาทาวยธัมมิโน อุปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสังวูปสโม สุโข จบ โยมทำอะไร เห็นยกมือกล่าว สาธุ...พระก็ให้พรต่อ บท ที่ท่านสวด ยถาวารีวหา.....จนจบ ก็ยกมือสาธุอีก งานศพนะนี่ สาธุใช้ได้เพราะเป็นการแสดงว่าเราเห็นด้วยที่เขา ทำบุญกุศล ไม่มีใครคิดว่าแปลกหรอก ใช้คำสาธุในงานศพได้น่า....



วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

อยากกินของบ้าน ๆ (นอก)


อยากกินของบ้าน ๆ (นอก)
.......อยู่กับคุณยายธนัญธร ใจกลางเทศบาลเมืองเชียวนะ ยายเขา ภูมิใจมากว่าเป็นคนไทเมือง ไม่ใช่ไทชนบท ก็เป็นความสุขสบาย แบบไทเมืองแหละครับ แต่ตามันไทชนบทยังไม่ลืมเรื่องอาหารการ กินแบบไทยบ้าน ๆ มีโอกาสก็ทำกินบ้างเป็นธรรมดา วันก่อนก็ทำ ข้าวตังโบราณกินเล่น ยายได้กลิ่นเหม็นไหม้ เข้ามาในครัว เลยยื่น จานข้าวตังให้ชิม สงสัยลืมว่าเข้ามาทำไม เห็นถือชามเดินออกไป
.....วานนี้ 20 พค.2560 ยายสั่งให้ไปซื้อกุ้งจ่อมให้หน่อย อยากกิน ผักกับด้วยนะ หน่อไม้ มะเขือเปราะ ขาอ่อน เอ้อ หลายอย่าง ตาจะ ลืมไหมนี่....ลืมได้ไง ยายก็จะไปด้วย ไม่ได้ไปคนเดียว ทาโร่ กี้ สองหมาก็ไปด้วย ....อ้าว ตกลงจะไปไหนแน่ แปลงยาว ตลาดนัด แปลงยาววันนี้เขามีแม่ค้าชาวบ้านมากันเยอะ อุตส่าห์ดีใจนึกว่าจะได้ ไปคนเดียว ลงไปเตรียมรถคันใหญ่ เปิดผ้าคลุมออก ดูเครื่องยนต์ เติมน้ำ ดูน้ำมัน ลมยาง ดูตามปกติ ก่อนออกไปข้างนอก เปิดประตู จะดูข้างใน สองหมามันโดดขึ้นไปจองที่นั่ง คุกกี้จองเบาะตรงยาย นั่งเพราะถือเป็นหมาโปรด ส่วนทาโร่นั่งตรงเบาะคนขับ ผมลูกพ่อ จองตรงนี้ เลยโดนเขกหัวทีหนึ่ง เพราะมันทำหน้าทะเล้น ยังกับจะ ขับเอง เราดูความเรียบร้อยข้างใน เคลียร์ขยะเรียบร้อย ก็เลื่อนรถ ออกมารอที่หน้าบ้าน ไม่นานยายก็ตามมา มีหลานชายลูกแม่บ้าน วิ่งตามมาด้วย
....แปลงยาวไม่ไกลนัก ซัก 35 กม.ก็ถึงแล้ว ออกไปทางศาลากลาง จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงพยาบาล ไปทางถนนมรุพงษ์ ข้ามสะพาน แม่น้ำบางปะกง จนถึงแยกตะวันออกพลาซ่าค่อยเลี้ยวซ้ายขึ้น ถนนบายพาส เส้นนี้เชื่อมกับทางหลวงสาย 304 ชนปักธงขัยโคราช กลับบ้านบ่อยจำได้ดี 15 กม. ถึงสี่แยกบางคล้า ถ้าเลี้ยวขวาก็เข้า ตลาดอำเภอแปลงยาว ยังไม่เลี้ยว ตรงไปก่อนซัก 5 กม.ได้ ถึง สามแยกปลาตะเพียน เลี้ยวขวาไปทางหัวสำโรง เกตเวย์ซิตี้ ซัก สิบ กม.ก็ถึงถนนสี่เลนไปสัตหีบ เลี้ยวขวาไปซัก 3 กม. ก็เป็นตลาด นัดแปลงยาวที่ตั้งใจจะมากัน
...ตลาดชุมชน อบต.เขา แม่ค้ามากันเต็มบริเวณที่จัด ยายเขาไปกับ หลานชายเงียบหายจ้อย ส่วนเราก็เดินไปคุยไปกับพวกแม่ค้า คน ไหนพูดดีก็คุยนานหน่อย คนสวยน่ะหายาก เขาไม่มาขายปลาขายผัก
หรอก เจอเห็ดบด เห็ดโคน เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ถุงละ 25 บาท เลยซื้อเห็นโคนมาถุง เป็นเห็ดที่เพาะเองค่ะ แม่ค้าคุย แล้วใบแต้วนี่ล่ะ เพาะรึเปล่า ค่ะเพาะเอง....เอ้ยปลูกเองค่ะ ได้หัวเราะกันทั้งแผง ซื้อมากำละ 5 บาทเอง แต่แกยัดเยียดให้สองกำ ไม่น่าไปหยอกแกเลย ต้องหอบใบแต้วสองถุง ดีที่ถุงย่ามเคลียไว้แล้ว อัดเข้าไป แม่ค้ามอง ยิ้ม ๆ รู้นะว่าแม่ค้าคิดอะไรอยู่ ไปดีกว่า....
.....เจอกุ้งจ่อม ถามแม่ค้าว่าทำไมมันจ่อมล่ะ เธอว่าทำเองค่ะ กุ้งสด ๆ กำลังจะเปรี้ยว อร่อยนะ....เออแล้วจะรู้ได้ไงว่าอร่อย ดูตั้งนานแล้วไม่ รู้สึกว่าอร่อยเลย...แกหัวเราะตักให้ช้อนหนึ่ง....เออแบบนี้รู้แล้วอร่อย
มากจริง ๆ เอาหมด...แม่ค้าหัวเราะ ถุงสุดท้ายค้า 30 บาท เลยขอ ซื้อมะเขือเปราะเจ้าอยู่ข้าง ๆกัน ถุงละ 5 บาท เอาสองถุง พอ เช่นเคย อัดใส่ย่ามแล้วก็เดินไปสุดแผง ไปเข้าอีกซอยย้อนกลับมา ยายได้
ข้าวของเต็มสองมือ ยกมาให้ดู ยัดเยียดใส่มือบอกว่าหนักช่วยถือ หน่อยซิมือว่าง ๆ ก็เต็มย่ามแล้วมันก็ว่างสิ เลยหอบของไปใส่รถ ให้ ยายเขาไปเดินสำรวจตลาดตามภาระที่ไม่ต้องมอบหมาย
......เจอพ่อค้าขายปลาสด ปลาหมอ ปลากระบอก ปลากระดี่ ปลารวม ปลาพวกนี้เพาะเลี้ยงเองรึเปล่า ดูมันสด ดีจัง เปล่าครับ ฝนตกน้ำขึ้น ปลาก็ขึ้นเลยจับได้เยอะ พวกตัวเล็กกุ้ง แฟนเขายกยอ พวกนี้ผมใช้แห โหเก่งจัง แฟนหลายคนซิท่าได้กุ้งเยอะจัง แกหัวเราะแหะ ๆ คนเดียว แหละครับ อย่าพูดแรงซิ นั่นมันมาแล้ว ก็เลยถามซื้อปลาสร้อย 1 กก. แกบอกไม่มี นั่นมันปลากระบอก อ้าวคนแถวนี้เขาเรียกปลากระบอกครับ เออผมมาจากขอนแก่สารคาม เรียกแต่ปลาสร้อย เออน่า กระบอกก็ กระบอก ได้มา 1 กิโล แกจะแถมให้ ไม่เอากินคนเดียวไม่หมดหรอก
......ยายได้หน่อไม่สด ผักหวาน ยอดฟักทอง แมงลัก แถมเห็นบด อีกถุง คำพอดีเลยพากันกลับ จบนะยายไปเที่ยวตลาดแปลงยาว กุ้งจ่อมของโปรดก็ได้แล้ว ผักต่าง ๆได้มาเยอะแยะ กลับก็กลับทาง
เดิม จนถึงบ้าน ก็จบได้แหละ จบแหล้วเหรอ ยังไม่ได้กินเลยนะ กุ้งจ่อมน่ะ แหมมันค่ำแล้ว ปรุงให้ไม่ทันหรอก พรุ่งนี้แล้วกัน แกง หน่อไม้เหมือนกัน พรุ่งนี้ค่อยกิน อยากกินของอร่อยต้องรอ..ยาย จบตอนจ้า สวัสดี 









อยากกินของบ้าน ๆ (นอก) 2 
----------------
......21 พค.2560 กุ้งจ่อม ปล่าจ่อม เมนูแรกอันนี้ของยายเขา ตอนซื้อ ถามคนขายเขาบอกเขาทำเอง กุ้งซื้อจากชาวบ้านเอามาขายให้ทีละ 5-10 กก. ได้มาก็เอามาล้างให้สะอาด ใช้ก้านกล้วยคนไปมา ล้างซัก
สองสามเที่ยว นำมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นก็หมักน้ำปลาสองวัน ใช้ น้ำปลาอย่างดี เทให้ท่วมตัวกุ้ง ครบสองวัน เอากุ้งออกมาใส่กะละมัง รอผสมข้าวคั่ว กระเทียม คนให้ดีแล้วบรรจุขวดโหล ทิ้งไว้ 5-7 วัน ก็
ใช้ได้แล้ว สีสวย รส อร่อย ฟังแล้วเหมือนที่เคยเห็นแม่และพี่สาวทำ ต่างกันตรงที่ใช้เกลือ ส่วนอื่น ๆ เหมือนกัน รสกุ้งจ่อมแม่ค้าหอมอร่อย กว่า ถามว่าปรุงแต่อะไรรึยัง แม่ค้าบอกทานได้เลย ถ้าจะปรุงอีก ก็ได้ แล้วแต่จะชอบ อ้อ ยังดิบอยู่
........กุ้งจ่อมถุงเดียวใช้ตะไคร้หัวเดียว กระเทียม 3 กลีบ หอมแดง 1 หัว ข่า 2 ฝาน หั่นแล้วโขลกให้ละเอียด เอาไปคั่วให้สุก กรอบ หอม ค่อยเอา มาปรุงกับกุ้งจ่อม มะเขือสุก 1 ลูก ขิง 3 ใบซอยเติมลง ไป พริกสดแยก ไว้ยายไม่กินพริก เอาเข้าเวบร้อนระดับกลาง 3 นาที พอแล้ว สุกร้อยโปเซ็ง กินได้สบาย ๆไม่รบกวนท้องใส้ ส่วนกินอย่างไรไม่ต้องบอก ยายเขาเก่ง
........เมนูสอง ปลากระบอกย่างไปถ่าน เตาอั้งโล่สังกะสีมันเปื่อยหมดแล้ว แต่กระเบื้องชั้นในคงรูปเป็นเตาอยู่ เอามาวางบนกระถางต้นไม้ที่ว่างอยู่ ก็ ใช้ได้ พัดลมเป่าไฟครูเดียวเตาก็ติดพร้อม ย่างปลา เด็กเขาล้างและหมัก เกลือกระเทียมให้แล้ว เอามาวางบนตะแกรง เต็ม ได้เจ็ดตัว เอาเก้าอี้มา นั่งเฝ้า ย่างเอง เดี๋ยวเด็กย่างอาจไหม้ก่อนสุก ตะแกรงย่างปลาแขวนกับ ระแนงกันสาดห้อยลงมา ห่างไฟ 6 นิ้วได้ ยกตะขอขึ้นส่องดูได้ เกรียม หรือยัง พลิกแล้วเอาไปแขวนย่างต่อ มันหอมจนน้ำลายสอ ปลากระบอก
ไม่ให้ควักใส้ ย่างทั้งตัว มีขี้ปลาไหลซึมออกมาบ้าง ใช่เลยอยากให้เป็น แบบนี้แหละ พลิก 4 รอบ ก็สุกพร้อม บนโต๊ะกินข้าว มีแจ่วบองรออยู่ ผักสะเม็ด ผักแพว แตง มะเขือ ขิงอ่อนแบบถอนมาทั้งต้นสด ๆ แค่นี้ก็ ลุยได้ เสียดายปลาไข่ทุกตัว เลยไม่ขมเท่าไร หมดไปสามตัวก็จุกแล้ว มันอร่อยจริง ๆ ลืมซื้อส้มผักเสี้ยนมาด้วย ไม่งั้นก็ซุดยอด
.........เมนูสามยามเที่ยงแกงหน่อไม้ ของที่ได้จากตลาดแปลงยาวนั่น และ หน่อไม้สด 5 หน่อเขาปอกเปลือกแล้ว แค่เอามาสับ ๆ ได้เส้นแบบ มะละกอ จะทำแกงแบบไทเลย เสร็จแล้วล้างน้ำให้ดีแล้วลงกระทะใหญ่คั่ว ใส่เกลือเล็กน้อย จนแห้งดีแล้วล้างน้ำ ชิมดูจืดสนิท ใช้ได้ แม่บ้านมาช่วย เขาเคยกินแกงแบบไทเลย ก็ไม่ต้องบอก เขาเด็ดใบผักหวาน ชะอม แมง ลัก ยอดฟักทอง เนื้อฟักทอง รวมแล้วถ้วยหนึ่ง ยายไปเก็บใบย่านางและ ใบมะลิมาให้ มันขึ้นอยู่พุ่มเดียวกัน เลยโดนกรรไกตัดมาด้วย เขาตำ เครื่องแกงลาว มีตะไคร้ หอมแดง ข่า แหลกดีแล้วก็ใส่ลงในน้ำย่านาง น้ำปลาร้า กระปิ เติมลงไป พริกไว้ทีหลัง ยายจะกินด้วย ย่านางเดือด ก็ ใส่หน่อไม้ลง วันนี้ขาดปลาแห้ง มันหมด แต่ก็ยังอร่อยนะน่า เรากินถ้วย เดียวก็อิ่มแล้ว แต่ยายต้องสองถ้วย ถ้วยสามไม่กล้าตัก กลัวลุกไม่ขึ้น 

.........สรุปว่าไปเที่ยวตลาดนัดแปลงยาว ได้วัตถุดิบมาทำกับข้าว 3 เมนู อร่อย ๆ ทั้งนั้น เพราะทำเอง ปรุงเอง ก็ดีนะ ช่วยให้หายง่วงได้ดี สว.ท่านใดง่วง(เหงา) เอาแบบนี้บ้างก็ดีนะ ดีกว่าดูที.วี. นาน ๆ ระวังนาง
ละคร มันจะจำเราได้ อิอิอิ





วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ระลึกวิสาขบูชา


ระลึกถึงวันวิสาขบูชา
............วันสำคัญทางพุทธศาสนาเช่นนี้ ทุกปีเคยระลึกถึงความสำคัญ และบอกกับตนเองว่า  ควรจะกระทำการบูชาเป็นพิเศษกว่าวันอื่น ๆ เช่นทำทาน ปฏิบัติศีลและเจริญภาวนา และแถมด้วยการเขียนบทระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เป็นร้อยแก้วบ้าง ร้อยกรอง บ้าง ช่วงนี้กำลังทบทวน เทคนิคการแต่งโคลง เลยเขียนเป็นคำโคลง ผลออกมาค่อนข้างยาวถึง 50 บท เลยนำมาลง เวบบลอกไว้ แล้วลิงก์จากเฟส เข้ามาอ่าน

ระลึกถึงวันวิสาขบูชา
1  @..โอมนมัตถุไท้ สัตถา
จักกล่าวพรรณนา นอบน้อม
ตัสสะศาสดา นบท่าน  แลนา
ไตรทวารครบพร้อม กราบไหว้บูขา
2  @..ลุวิสาขะแล้ว ปุณณมี
วันเลิศงามดิถี ถ่องแท้
มงคลส่งเสริมศรี สุดสง่า  นักแฮ
กาลพระประสูติแล้ โลกรู้วิสาขา
3  @..แปดสิบปีก่อนตั้ง ศักราช
เดือนหกวันเพ็ญชาติ สุดท้าย
สามสิบทัศน์ทรงมาด หมายพุทธ  ภูมิแล
วันประสูติดูคล้าย เทพซ้องสักการ
4  @..บารมีครบถ้วนเสร็จ สมมี
มากหมู่ปราชญ์พาที ท่านอ้าง
หากอยู่จักรพรรดิ์มี มากค่า  พระแฮ
ออกบวชจักเสกสร้าง เอกอ้างศาสดา
5  @..พระบิดาทรงจัดให้ ครองเรือน
แบบอย่างกษัตริย์เหมือน มั่นพร้อม
เสียดายที่เหตุเตือน แตกต่าง  แลนา
ทูตแห่งเทพแวดล้อม ส่งให้คำนึง
6  @..ชาติชราพยาธิป้อง แปรปรวน
แตกดับทุกข์ผันผวน แผดไหม้
โมกข์ธรรมที่จริงควร คงอยู่  แลนา
ทรงผนวชจนได้ ดั่งรู้เพาะเพียร
7  @..ใครหนอสอนเรื่องข้าม ทุกข์ทน
ลือว่าดาบสคน หนึ่งนั้น
อาฬารสอนมนต์ มาแต่  นานแล
ฌานสี่จึงจบชั้น ชื่อชั้นศึกษา
8  @..มินานก็จบได้ แนวฌาน
มิใช่ทางสืบสาน เสาะเข้า
ลาจากต่อไปปาน ปลงจิต  แลนา
มีใหม่หวังจักเต้า สืบไว้หนทาง
9  @..ลืออุทกะเจ้า ดาบส
สอนเก่งฌานปรากฎ เก่งกล้า
แปดฌานที่กำหนด ทรงเล่า  เรียนแฮ
จบหลักสูตรมิช้า เช่นนี้เองฌาน
10  @..ทรงเห็นยังไม่พ้อง โมกขธรรม
ฌานนี่ดับทุกข์ทำ ทับไว้
ออกฌานวิ่งมากรรม ยังอยู่  แลนา
ยังมิอาจตัดได้ อีกแล้วอำลา
11  @..อยากลองแบบทุกข์แท้ ทรมาน
ลองอดกินอาหาร แต่น้อย
ซูปผมยิ่งดูปาน โครงซาก  ผีแล
หลายเรื่องลองเรียบร้อย ผ่านแล้วหกปี
12  @..ยังมีพราหมณ์ใหญ่น้อย ชวนกัน
ออกบวชรอสักวัน จักได้
โมกขธรรมอย่างเสาะสรร หาอยู่  แลนา
องค์ท่านชายพบไซร้ จักให้สอนเรา
13  @..โกญทัญญะผู้ วัยเฒ่า
เคยบอกทายเมื่อเยาว์ เยี่ยงนี้
จักบวชแน่นนอนมี มาดมั่น
จึงออกตามบวชชี้ อยากได้โมกขธรรม
14  @..หกปีนับแต่เฝ้า รอคอย
ลำบากยังตามรอย อยู่เฝ้า
ถึงคราวพระถดถอย เลิกข่ม  ตนแฮ
นึกว่าหมดหวังเต้า ต่างเต้าจากไป
15  @..อุรุเวลสงบล้วน เงียบงัน
พระนั่งทบทวนสรรพ์ กิจถ้วน
อรุณรุ่งสตรีพลัน ถวายภัตต์  แลนา
ปายาสหญิงงามล้วน ชื่อเจ้าสุชาดา
16  @..ฉันเสร็จลอยถาดทิ้ง ในธาร
ทรงจิตอธิษฐาน บ่งไว้
หวังเป็นพุทธหาญ หากเสร็จ  สมแฮ
ขอถาดลอยทวนได้ ถูกแล้วทวนกระแส
17  @..ถัดมาประทับใช้ เพ็ญเพียร
จิตผ่องแนบวนเวียน ไต่เต้า
องค์ฌานหนึ่งสองเบา โลดแล่น
พระเชี่ยวชาญออกเข้า รูปล้วนสี่ฌาน
18  @..ตรึงฌานนำน้อมสู่ ปัญญา
เกิดช่องวิปัสสนา เลิศแล้ว
อริยสัจมัคคา เกิดก่อ  แลนา
คือพุทธญานแก้ว ตรัสรู้โมกขธรรม
19  @..วันเพ็ญเดือนหกนั้น ปุณณมี
ฤกษ์ตรัสรู้ศรี พุทธเจ้า
เกิดก่อนศักราชมี นับเนิ่น  แลนา
สี่สิบศกยิ่งเข้า เศษห้าปีปลาย
20  @..ทรงคุณอันยิ่งล้วน อัศจรรย์
ตัดขาดกิเลสอัน หยาบกล้า
ละเอียดอ่อนก็พลัน หมดจด  แลนา
พิสุทธิ์คุณเลิศหล้า โลกนี้ใดเทียม
21  @..วิชชาสามเกิดด้วย บารมี
รำลึกชาติวิถี ก่อนนั้น
ปุพเพนิวาสดี ชัดยิ่ง
นับหมื่นชาติม่านกั้น เปิดให้เล็งเห็น
22  @..จตูปปาตด้าน สรรพสัตว์
เกิดดับทรงทราบชัด ส่องแจ้ง
อาสวักขยตัด สามสิ่ง  เลิศแล
พุทธะญาณพระแสร้ง เสกได้เป็นเอง
23  @..เสวยวิมุตแล้ว สงบสรรพ์
ตริกิจสอนสัตว์อัน ยากล้ำ
โลกุตตรธรรม์ ลึกยิ่ง  นักแล
ใครเล่าจักล่วงก้ำ ก่อเกื้อมรรคภูมิ
24  @..อาศัยพระมากด้วย เมตตา
ตรองหมู่มองประชา แผกบ้าง
ดอกบัวที่ชลา หลากเหล่า  แลนา
จมอยู่ดินโคลนข้าง ยากแท้โผล่มา
25  @..ถูกกินปลาเต่าได้ ดึงไป
เหมือนหมู่ชนมากใน กเลสหุ้ม
มากเพียรแต่ยากไข แสงส่อง  ใจแล
หมดท่าจักโอบอุ้ม อาจเอื้อมรรคเห็น
26  @..บางบัวงอกโผล่ได้ แดนธาร
คงบ่ทันจะนาน น่าพ้น
เหมือนพวกที่เพียรวาร เวียนว่าย  นานแล
คงจักบรรลุค้น พบได้โมกขธรรม
27  @..กลุ่มสามบัวปริ่มน้ำ รอบาน
วันพรุ่งสุรีย์ฉาน สาดต้อง
งามนักยิ่งบัวลาน แลหลาก  งามแฮ
คนที่บุญมากจ้อง ฝึกได้เร็วพลัน
28  @..กลุ่มบัวงามผุดพ้น ชลธี
แสงแผ่ดวงสุรีย์ รุ่งเช้า
บัวบานยิ่งงามสี สวยสง่า
งามดั่งคนฉลาดเจ้า จักพร้อมรับธรรม
29  @..พระทัยพระมากด้วย เมตตา
ทรงประกาศศาสนา แต่นั้น
นับพันหมื่นประชา ชมชื่น  ธรรมแล
นามพุทธศาสน์ชั้น เช่นชั้นศาสนา
30  @..สัพพปาปัสส์นั้น แนะวาง
กุสลัสสูทาง ที่ให้
สะจิตตะพึงสาง ใส่ส่อง  ใจนา
สามหลักยึดจักได้ ส่องแจ้งแสงธรรม
31  @..สามหลักอีกที่ให้ ศึกษา
คือหนึ่งสีลสิกขา เคร่งพร้อม
ทุกเหล่าพัฒนา ศีลแกร่ง  แลนา
สุคติแวดล้อม เกิดด้วยตัวศีล
32  @..จิตสิกขะต้อง เตือนตน
ใจมั่นใจแกร่งกล เกริกกล้า
ควรการก่อกิจจน จักล่วง  แลนา
ชาวพุทธทุกถ้วนหน้า นอบน้อมสิกขา
33  @..ปัญญาสิกขะล้น เลิศมี
สองฝ่ายคือโลกีย์ ก่อไว้
วิชชาชีพฝึกดี ควรคู่  การแล
สรรแต่ปริญญาไซร้ ใช่แล้วสิกขา
34  @..โลกุตตรสร้าง สิกขา
เกิดก่อเลิศปัญญา ยิ่งแจ้ง
นิพพานที่สัตถา เที่ยวนั่น  แลนา
โดยวิปัสนาแสร้ง ส่องได้มรรคมา
35  @..บุญกุศลสั่งสร้าง สรรพ์ดี
ทานมัยหนึ่งมี มุ่งแล้ว
จักชะโลภห่างนี ใจแจ่ม  เบาแฮ
สีลมัยขัดแคล้ว โทสให้เบาบาง
36  @..ภาวนามยะสร้าง สิกขา
ฝึกเคร่งวิปัสสนา ย่อมรู้
งมงายโง่ปัญญา เยียวขัด  แลนา
ยอดเยี่ยมพุทธะสู้ สิ่งร้ายกิเลสมวล
37  @..พระธรรมนำแผ่กว้าง ไกลวิถี
ศาสนามั่นมี แก่นกล้า
บริษัทต่างยินดี โดยชื่น  แลนา
คุณยิ่งงามดังฟ้า ฟากฟ้าจักรวาล
38  @..ถึงคราวพระจักต้อง อำลา
แปดสิบนับชันษา ครบถ้วน
สังขารร่วงโรยรา ลับล่วง  แลนา
ยังห่วงสัตว์โลกล้วน ฝากไว้คำสอน
หันทะทานิ  ภิกขะเวอา  มันตะยามิ โว  วยธัมมา
สังขารา   อัปปมาเทนะ   สัมปาเทถะ”
39  @..ดูกะระท่านทั้ง หลายเอย
จงอย่ามัวเมินเฉย สิ่งนี้
สังขารย่อมเสือมเคย คงอยู่  แลฤๅ
ธรรมชาติย่อมชี้ เช่นชั้นธรรมดา
40  @..กิจตนคนอื่นด้วย ดูควร
พึงเร่งทำเสร็จชวน ชัดเกื้อ
มิประมาทเรรวน รออยู่
รีบเร่งทำทรงเอื้อ เอ่ยแล้วนิพพาน
41  @..สังขารปรุงแต่งด้วย กิเลส
ทรงดับโดยพิเศษ ตรัสรู้
สังขารร่างกายเหตุ ปรุงแต่ง  อยู่แล
ทรงนิพพานรอบสู้ สุดสิ้นสงสาร
42  @..วันเพ็ญเดือนหกแจ้ง จำลา
นับหนึ่งพอศอมา เมื่อนั้น
รำลึกยิ่งโหยหา เห็นยิ่ง  คุณแฮ
เพียงชัวกาลแสนสั้น เสกสร้างคุณูปการ
43  @..สองพันห้าร้อยเศษ หกศูนย์
ธรรมท่านยังสมบูรณ์ บอกแท้
ทำดีย่อมดีพูน พัฒน์ผ่อง  แลนา
ทำชั่วบาปจริงแล้ โลกรู้คนเห็น
43  @..โอมนมัตถุน้อม สักการ
ขอจักปฏิญาณ เยี่ยงนี้
สิกขานั่นขอขาน ขุกเคร่ง  แลนา
ทำเพื่อตนเองชี้ ช่องใช้พัฒนา
44  @..พุทธังสรณะแท้ คัจฉา
ธัมมะแลสังฆา ครบแก้ว
สามดวงหัทยา ยึดแน่น
อย่างอื่นมิต้องแล้ว แค่นี้พอเพียง
45  @..ทำบุญตามอย่างได้ ดูมา
ทำทานลดโลภา ผ่องแจ้ง
ถือศีลลดโทสา เย็นยิ่ง  ใจแฮ
ภาวนาหวังแสร้ง เสกสร้างปัญญา
46  @..วันวิสาขะได้ คำนึง
คุณพุทธะตราตรึง ติดไว้
มิเลือนทุกวันจึง จดจ่อ  แลนา
มิประมาททำได้ พึ่งได้รัตน์ไตร
47 จิตเตสังกิลิฏฐ์ไล้ เลอะเลือน
หมองหม่นคติเตือน จักได้
ทุคติเป็นเหมือน หมายมั่น  จริงแฮ
ใจหม่นหมองเองไซร้ ดั่งสร้างทางอบาย
48 จิตอสังกิลิฏฐ์แผ้ว ผ่องมน
สุคติก็กล ก่อไว้
ดำเนินสู่มงคล คติ  สุขแล
พุทธภาษิตให้ หากแจ้งทางเดิน
49 เบญจมะเริ่มต้น พฤษภา
ปีหกศูนย์พรรณนา นับแล้ว
มินานสี่วันมา มาดมั่น  แลนา
สัตตมวารแผ้ว ผลิตสิ้นสุดลง
50 ขุนทองนามของข้า ขีดเขียน
ศรีประจงเพาะเพียร พากย์เอื้อ
เตรียมกลพุ่มธูปเทียน ธุกราบ
นมัสสการเกื้อ กราบเกื้อสักการ

                                     ----------------
                                 9 พฤษภาคม 2560